การจัดดอกไม้ลงเเจกัน

การจัดดอกไม้ลงเเจกัน

ดอกไม้ในแจกัน

 

หลักการเบื้องต้นในการจัดดอกไม้ลงแจกัน 
ซึ่งเป็นการจัดดอกไม้แบบพื้นฐานที่ง่ายและเบสิคที่สุด
ที่เรามักจะทำกันโดยทั่วไปในชีวิตประจำวันค่ะ

สำหรับการจัดดอกไม้ในรูปแบบอื่น เช่น การจัดลงภาชนะทรงอื่น 
การจัดช่อบูเก้ การประดิษฐ์ช่อดอกไม้สำหรับติดสาบเสื้อ การจัดดอกไม้
แบบญี่ปุ่น รวมทั้งเทคนิคและการใช้อุปกรณ์สำหรับจัดดอกไม้ เช่น 
โฟมจัดดอกไม้ เทปพันก้าน หรือการใช้ลวดดัด 

หลักเบื้องต้นสำหรับการจัดดอกไม้แบบแจกัน

1. ตัดส่วนปลายสุดของก้านดอกไม้ที่ตัดมาจากต้นแล้วหรือที่ซื้อมา
ออกสัก 1-2 นิ้ว ในลักษณะเอียงกรรไกรทำมุม 45 องศา 
กรรไกรที่ใช้ควรเป็นกรรไกรสำหรับใช้เพื่อการตัดกิ่งดอกไม้โดยเฉพาะ 
เพราะจะมีความคม มีน้ำหนัก ทำให้ไม่ต้องออกแรงกดมาก ดอกไม้ไม่ช้ำ
และตัวกรรไกรเองก็ไม่สูญเสียความคมด้วย

 

2. ลิดใบส่วนเกินออกจากก้านดอก จะมากหรือน้อยแล้วแต่
ไอเดียของคนจัดนะคะ การลิดใบส่วนเกินนอกจากจะเพื่อความสวยงามแล้ว 
ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาความคงทนของดอกไม้ให้มีชีวิตอยู่ในแจกัน
ได้นานขึ้น เพราะหากใบระหรือแช่น้ำในแจกัน 

 

 

3. เทน้ำสะอาดใส่แจกันที่ล้างสะอาดดีแล้วในปริมาณพอสมควร 
หากแจกันมีความลึกมากจนเกินไป อาจหาทราย ก้อนกรวด หรือก้อนหิน 
ใส่ลงไปที่ก้นแจกัน เพื่อหนุนให้แจกันตื้นขึ้นได้นะคะ ข้อสำคัญคือ
อย่าให้น้ำสูงจนถึงระดับของใบ (ในกรณีที่คนจัดทิ้งใบบางส่วนเอาไว้
ภายในแจกันนะคะ แต่ส่วนตัวแล้วหนูพลอยมักเลือกที่จะลิดใบ
ในส่วนที่จะอยู่ภายในแจกันทิ้งทั้งหมด 

 

 

 4. เติมอาหารดอกไม้ (flower food) 
ปกติจะหาซื้อได้จากร้านดอกไม้ เเต่หากไม่มี ใช้น้ำตาลทรายเติมลงไป
สัก 1 ช้อนโต๊ะ เพื่อเป็นอาหารให้ดอกไม้ จะช่วยให้ดอกไม้มีอายุ
อยู่ในแจกันได้นานขึ้นอีก และควรเปลี่ยนน้ำใหม่พร้อมกับเติมอาหาร
หรือน้ำตาลทรายใหม่ทุกๆ 3 วัน เพื่อยืดอายุของดอกไม้

 

5. จัดดอกไม้ลงแจกันโดยจัดเรียงให้ก้านดอกหมุนวนกันไปในลักษณะ
สไปรัล (spiral) หรือเกลียว
 ระดับความสูงของดอกไม้
ขึ้นอยู่กับสัดส่วนของแจกันและไอเดียของคนจัด ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว
ก็จะมีทั้งแบบความสูงระดับเดียวกัน แบบไล่ระดับความสูง 
แบบโชว์ด้านเดียว และแบบโชว์รอบด้าน 360 องศา

นอกจากเรื่องสัดส่วนระหว่างดอกไม้และแจกันแล้ว
ควรคำนึงถึงขนาดของห้องที่ต้องการนำแจกันไปวางตกแต่ง
ด้วยนะคะ เช่น หากห้องใหญ่ แจกันก็ควรมีขนาดใหญ่ 
ดอกไม้เองก็จะต้องมีความสูงค่อนข้างมาก แต่หากต้องการวางแจกันดอกไม้
เพื่อตกแต่งโต๊ะอาหาร แจกันก็ไม่ควรมีขนาดใหญ่และดอกไม้ก็ไม่ควรสูง
จนบดบังอาหาร หรือทำให้คนที่ร่วมรับประทานอาหารมองไม่เห็นหน้ากัน 

แจกันดอกไม้

6. สำหรับการจัดดอกไม้ประเภทเดียวคงไม่มีปัญหามากนัก 
แต่การจัดดอกไม้หลายประเภทลงแจกันเดียวกัน คนจัดต้องคำนึงถึง
ความสมดุลย์ของสีสันและประเภทของดอกไม้ที่นำมาใช้
ด้วย

แจกันดอกไม้

ดอกไม้ในแจกัน

 

____________________________________________________

การจัดดอกไม้งานแต่งงานแบบกลางแจ้ง

การจัดดอกไม้งานแต่งงานแบบกลางแจ้ง

ดอกไม้งานแต่งงาน

ดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงานแบบกลางแจ้ง

                       การจัดงานวิวาห์กลางแจ้งแบบ Outdoor เป็นงานวิวาห์ที่ใฝ่ฝันของสาว ๆ หลายคน เพราะให้ความรู้สึกสบาย ๆ และโรแมนติก แต่จะมีปัจจัยเรื่องลม ฟ้า อากาศ และแมลง มาเกี่ยวข้อง ทำให้สาว ๆ อาจล้มเลิกความคิดนี้ เพราะเกรงว่าจะเป็นอุปสรรคในการจัดงาน โดยเฉพาะจัดดอกไม้ในการตกแต่งสถานที่ 

                       อันดับแรกการเลือกดอกไม้ ควรเลือกดอกไม้ที่ทนอากาศร้อนได้นาน เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ หน้าวัว สังเกตได้จากกลีบที่ไม่บอบบางมาก ก้านแข็งไม่สามารถหักด้วยมือเปล่าได้ สีสันของดอกไม้เลือกสีสันตามเฉดที่ชอบ เพื่อทำให้บรรยากาศดูสดใส เพราะการจัดงาน Outdoor จะไม่มีสีสันของผนังห้องบอลรูม เฟอร์นิเจอร์ และพื้นพรมสีฉูดฉาดลวดลายเยอะ ๆ มาเป็นตัวกำหนด Mood and Tone จึงสามารถเลือกโทนสีได้ตามใจ ทั้งนี้ ต้องดูบรรยากาศของสถานที่ประกอบด้วย เช่น บรรยากาศสวนเป็นสีเขียว สีเขียว-ขาว สีเขียว-เหลือง สีเขียว-ส้ม แต่ถ้าบรรยากาศทะเลก็จะเป็นสีขาวหรือสีฟ้า

ดอกไม้งานแต่งงาน

ดอกไม้งานแต่งงาน

                         สำหรับสไตล์การจัดดอกไม้ ก็ควรไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงสอดรับกับสถานที่ ถ้าเป็นงานในสวนหรือเป็นสวนแบบบาหลี ดอกไม้ก็ควรจะเป็นแนวเดียวกัน เช่น Bird of Paradise ดอกลีลาวดี เป็นต้น ที่สำคัญในการจัดดอกไม้ การติดตั้งต้องแน่นหนา มั่งคง ไม่ล้มง่าย เพื่อป้องกันลมแรงที่อาจพัดมา 

                    ส่วนบรรยากาศโดยรวมงานแต่งงานสไตล์ Outdoor เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเริ่มงานควรอยู่ช่วงแดดร่มลมตก เพราะถ้าเริ่มงานช่วงกลางคืนหรือมือแล้ว แขกจะไม่สามารถสัมผัส และซึมซับรายละเอียดความงามของดอกไม้ได้เต็มที่ และแนะนำให้ใช้เทียนมาประกอบการจัดตกแต่ง อาจจะมีที่ครอบเทียนสวยงาม หรือเป็นโคมมาสร้างบรรยากาศโรแมนติกในช่วงค่ำ

 

คลิกๆๆ รูปสวยๆน่ารักๆไว้ส่งต่อเพียบ...

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

        การจัดดอกไม้งานแต่งงาน เป็นอีกสิ่งที่ว่าที่เจ้าบ่าวและเจ้าสาวหลายคู่รู้สึกเป็นกังวล เพราะกลัวว่าดอกไม้จะเหี่ยวเฉา อีกทั้งกลัวไม่สวยถูกใจ รวมถึงไม่รู้ขั้นตอนว่าควรจะเริ่มจากตรงไหนก่อนนั้น วันนี้กระปุกเวดดิ้งได้นำเอาคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ ใน การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

          อันดับแรกคู่บ่าวสาวต้องหา สถานที่จัดงานแต่งงาน ให้เรียบร้อยก่อน จากนั้นค่อยพูดคุยกันเรื่องคอนเซ็ปต์ของดอกไม้ ที่คุณทั้งคู่อยากให้มี แต่ต้องคำนึงถึงขนาดของสถานที่และสไตล์ห้องด้วย สำหรับ การจัดดอกไม้ในงานแต่งงาน นั้น ไม่ได้ยึดถือเรื่องเทรนด์เป็นสำคัญ แต่จะยึดตามความชอบของคู่บ่าวสาว และช่วงฤดูกาลของดอกไม้

        จากนั้นก็ไปพูดคุยตกลงกับนักจัดดอกไม้ ว่าอยากได้คอนเซ็ปต์แบบไหน สไตล์ใด รวมถึงงบประมาณที่มี เพื่อที่นักจัดดอกไม้จะได้จัดได้ตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ เพียงเท่านี้คู่บ่าวสาวก็จะได้งานแต่งงาน ที่สวยสมบูรณ์แบบ

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

การจัดดอกไม้งานแต่งงาน

________________________________________________________________________________

ประเภทของการจัดดอกไม้

ประเภทของการจัดดอกไม้

จัดดอกไม้สไตล์ Topiar

การจัดดอกไม้ทรงพุ่มกลม หรือเรียนอย่างสากลคือ Topiary Tree

           โทปิอารี่ (Topiary) เป็นศิลปะการตกแต่งไม้พุ่มให้เป็นรูปทรงต่างๆ  โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปสามเหลี่ยม หรือรูปสี่เหลี่ยม  รวมทั้งการตกแต่งให้เป็นรูปคน สัตว์ หรือสิ่งของต่างๆ ซึ่งศิลปการตกแต่งดังกล่าวนี้เป็นที่นิยมตั้งแต่ยุคโบราณจนกระทั่งถึง
ปัจจุบันนี้และต่อมานักจัดดอกไม้ก็ได้นำศิลปะการจัดโทปิอารี่มาใช้ในการจัด ดอกไม้ด้วย  โดยโทปิอารี่ที่จัดง่ายที่สุดคือรูปทรงกลม และดอกไม้ที่จัดโทปิอารี่ได้สวยที่สุดก็คือ  ดอกกุหลาบนั่นเอง 

การจัดดอกไม้รวม

                          การจัดดอกไม้รวมให้ออกมาดี คือ ดอกไม้แต่ละแบบต้องส่งเสริมซึ่งกันและกัน  และการส่งเสริมกันนี้ จะทำให้ความงามของดอกไม้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

การจัดดอกไม้สีโทนร้อน

                         สีโทนร้อนได้แก่ สีแดง สีส้มหรือสีแสด สีเหลือง สีม่วง เป็นต้น  สีโทนร้อนเป็นสีที่แสดงถึงพลัง ความบ้าคลั่ง ความตื่นเต้นเร้าใจ การเย้ายวน  ความกระฉับกระเฉง และไม่พ่ายแพ้ง่าย ๆ ถ้าคุณจะจัดดอกไม้โทนร้อนในบ้าน  ควรเลือกมุมที่แสงแดดส่องถึง การจัดลำดับสีโทนร้อนมีความหลากหลาย ที่จะทำให้คุณมีความคิดสร้างสรรค์แบบไม่จำกัด

การจัดดอกไม้สีโทนอ่อน

             สีโทนอ่อนเป็นสีเย็นตา เช่น สีขาว มักใช้ในโอกาศสำคัญเกี่ยวกับทางศาสนา  เช่น งานแต่ง ดอกไม้สีขาวเป็นทางเลือกคลาสสิค ความงามตามธรรมชาติของดอกไม้สีอ่อน ทำให้ดูดีขึ้นได้ด้วยการเลือกใบอย่างชาญฉลาด  ภาชนะที่ใส่ถ้าเป็นดอกสีขาว  ภาชนะอาจจะเลือกให้อยู่ในโทนเดียวกันก็ได้ จะให้ความงามที่สบายตา และดูมีรสนิยม

 การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่

                การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ต้องการภาชนะที่ใหญ่และหนัก ภาชนะที่ใช้อาจจะเป็นแจกันขนาดใหญ่  โอ่งขนาดเล็กหรือกลาง หรือง่าย ๆ ถังสีที่คุณใช้แล้ว ทำความสะอาดสักหน่อย ก็จะให้ความสวยที่ไม่แพ้กับแจกันราคาแพง  ยิ่งเป็นการจัดดอกไม้ใหญ่เท่าไร ความสำคัญของภาชนะก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากเป็นจุดสนใจด้วย 

การจัดดอกไม้สมัยใหม่

        การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ ดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลมาจากญี่ปุ่นเป็นอันมาก โดยมีอิทธิพลของจิตรกรเป็นส่วนประกอบด้วย  เพราะลักษณะรูปแบบในการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่ มีทีท่าส่อไปในรูปแบบที่คำนึงถึงความง่าย  ความสะดวก เช่นเดียวกับการจัดดอกไม้แบบญี่ปุ่น ไม่พิถีพิถันในการเลือกสรรวัสดุการจัดและอุปกรณ์แต่อย่างใด  หากแต่ว่าได้เน้นหนักไปในทางที่จะต้องทำให้ได้ส่วนสัมพันธ์และรับกันกับแบบ ของเครื่องเรือนหรือลักษณะและรูปแบบของห้องที่นำมันไปประดับเป็นส่วนประกอบมากกว่าอื่นใดทั้งหมด 

ความสวยงามละลานตาตามคติเก่าๆ ในการจัดดอกไม้ แทบจะไร้ความหมาย สำหรับการจัดดอกไม้ตามแบบสมัยใหม่นี้  เหตุนี้เอง หลักสำคัญในการจัดดอกไม้แบบนี้จึงขึ้นอยู่กับแนวหรือเส้นของรูปพรรณ อันเป็นผลทำให้ไม้และใบไม้ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งกว่าดอกไม้เสียด้วยซ้ำ

        การคำนึงในเรื่องของสีได้เป็นสิ่งที่พึงระมัดระวังเป็นกรณี พิเศษทีเดียว  เพราะรสนิยมของคนในสมัยใหม่นั้น ส่วนมากมักไม่ใคร่ชอบสีที่ตัดกันอย่างแท้จริง หากแต่ชอบสีที่กลมกลืนคล้ายคลึงกันมากกว่า  เช่น ห้องสีแดง ก็มักจะจัดดอกไม้สีแดงแก่หรืออ่อน หรือสีชมพู หรือสีส้ม อย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองสามอย่างควบคู่กัน  ทั้งนี้ต้องแล้วแต่รสนิยมของแต่ละบุคคล ยิ่งไปกว่านั้น แม้การเลือกสีจะเป็นสีที่มีโทนเดียวกัน  แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงน้ำหนักของสีอีกด้วย กล่าวคือ มักจะไม่นิยมใช้สีที่สดกว่า  หรือแก่กว่ากันจนเกินไป ถ้าสมมุติว่า ห้องนั้นเป็นสีอ่อนหรือสีจางๆ  ก็มักจะต้องใช้ดอกไม้สีอ่อนหรือจางด้วย จะเข้มกว่าหรือจางกว่าก็เพียงเล็กน้อย  ไม่แตกต่างกันจนเกินไปนัก 

       การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่นั้น  เราอาจจะแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ 
          – แบบโมเดิร์น หรือแบบทันสมัย 
          – แบบแอ๊บสแตร็ค หรือแบบคำนึงถึงสัญลักษณ์มากกว่าความสมจริง
          – แบบแฟนซี หรือแบบที่ดูแปลกๆ พิสดาร 
        ลักษณะ วิธีการ และรูปแบบ การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่ทั้ง 3 ประการนั้น ส่วนใหญ่มิได้แตกต่างกันมากนัก เพราะหลักการสำคัญที่ยึดถืออยู่ก็คือ  เส้นหรือแนวนั้นเอง จนอาจจะกล่าวได้ว่า เป็นการจัดแบบเดียวกัน  แต่ที่แยกประเภทเอาไว้นั้น ก็เพื่อที่จะให้เป็นที่เห็นได้ชัดเจนขึ้น และเป็นการสะดวกที่จะทำความเข้าใจกันในโอการต่อไปเท่านั้น

_____________________________________________________________________________________________

รูปแบบการจัดดอกไม้

.. รูปแบบการจัดดอกไม้ ..

การจัดสไตล์ Topiary
                เป็นศิลปะการจัดการดอกไม้ที่มีวิวัฒนาการมาจากการตกแต่งไม้พุ่มให้เป็นรูปทรงต่างๆ โดยเฉพาะรูปทรงเรขาคณิต เช่น รูปทรงกลม รูปสามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม หรืออาจตกแต่งให้เป็นรูปร่างคน หรือสัตว์ก็ได้ การจัดดอกไม้ทรง Topiary ที่นิยมที่สุดคือ ทรงกลม และจัดด้วยดอกกุหลาบ

การจัดสไตล์ดอกไม้รวม 
                เป็นสไตล์การจัดดอกไม้หลายๆ ประเภทในช่อ หรือแจกันเดียวกัน ซี่งการจัดประเภทนี้จะทำให้เกิดความหลากหลาย เป็นไอเดียที่เราจะนำดอกไม้ชนิดใหม่ๆ มา mid and match ค่ะ การจัดดอกไม้รวมที่ดีคือ ดอกไม้แต่ละแบบจะต้องส่งเสริมซึ่งกันและกันไม่ใช่แข่งกันเด่น หรือแข่งกันแตกต่าง

การจัดดอกไม้สีโทนร้อน
                สีโทนร้อน ได้แก่ สีแดง ส้ม หรือแสด เหลือง ม่วง การจัดดอกไม้โทนร้อนมักจะสื่อถึงพละกำลัง ความตื่นเต้นเร้าใจ ความกระฉับกระเฉง มักจะใช้แสดงความยินดี เนื่องในงานมงคลและจัดตกแต่งภายในภายในบ้าน เพื่อให้ความสดชื่นมีชีวิตชีวา การจัดดอกไม้ประเภทนี้ควรคำนึงถึงการจัดลำดับสีของดอกไม้ให้ดี อย่าใช้สีที่แตกต่าง หรือตรงข้ามกันมากจนเกินไปค่ะ

การจัดดอกไม้สีโทนเย็น 
                สีโทนอ่อนเป็นสีที่เย็นตาอย่างสีขาว นิยมใช้ในโอกาสสำคัญทางศาสนา หรือพิธีแต่งงานดอกไม้สีขาวเป็นดอกไม้ที่มีความคลาสสิก ให้ความรู้สึกถึงความงามตามธรรมชาติของดอกไม้คือสบายตาสบายใจ ความสงบ นอกจากใช้ในงานทางศาสนาแล้วก็ยังเป็นที่นิยมเพราะใช้ได้ในทุกโอกาส การจัดดอกไม้สไตล์นี้สามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการเลือกใบตกแต่ง หรือไม้ดอกทรงพุ่มน่ารักๆ ได้อีกด้วยค่ะ

การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ 
                การจัดดอกไม้ขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่นิยมใช้จัดตกแต่งสวนหรือบริเวณภายในที่อยู่อาศัยมากกว่า การจัดดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ควรคำนึงถึงเรื่องของภาชนะในการจัดให้มากๆ ค่ะ เพราะต้องสามารถรองรับน้ำหนักได้ และขนาดของภาชนะต้องเหมาะกับความสูงของดอกไม้ด้วย

การจัดดอกไม้สมัยใหม่
                การจัดดอกไม้แบบสมัยใหม่คือ สไตล์การจัดดอกไม้รูปแบบใหม่ที่ไม่ได้มีหลักการกำหนดไว้อย่างชัดเจน เน้นรูปแบบที่คำนึงถึงความเรียบง่าย สะดวกสบาย ไม่พิถีพิถันในเรื่องของดอกไม้ หรือวัสดุอุปกรณ์มากนัก แต่จะเน้นหนักไปทางความสัมพันธ์ และกลมกลืนกับเครื่องเรือน หรือรูปแบบของสถานที่ที่จะนำดอกไม้ไปตกแต่ง การจัดดอกไม้สไตล์นี้ไม่มีรูปแบบที่ตายตัว สิ่งที่ต้องคำนึงถึงจึงเป็นเรื่องของรสนิยมของลูกค้า และปัจจัยอื่นๆ อย่างสถานที่ และโอกาส ที่สำคัญห้ามลืมเรื่องความกลมกลืน ทั้งการเลือกสีของดอกไม้ เช่น ห้องสีแดง ก็มักนิยมดอกไม้สีโทนเดียวกัน อย่างสีแดงอ่อนชมพูหรือส้ม อาจจะแซมดอกสีขาวบ้าง และน้ำหนักของสีไม่นิยมใช้สีที่สดหรือเข้มกว่า เพราะจะทำให้เกิดความแตกต่างกันมากจนเกินไป

แนะเคล็ดลับการจัดดอกไม้ 

                * ดอกไม้ขาดน้ำไม่ได้ แม้ในขณะจัดก็ต้องใส่น้ำไว้ในภาชนะที่จัดด้วยส่วนดอกไม้ที่รอจัดก็ ต้องใส่ภาชนะที่น้ำเสมอ 

                * อุปกรณ์ทุกชิ้น ก่อนนำมาใช้ต้องทำความสะอาดเสมอ เพราะถ้าอุปกรณ์สกปรก เมื่อ นำมาใช้กับดอกไม้อาจทำให้ดอกไม้ติดเชื้อ แบคทีเรีย ดอกไม้จะเน่าเร็วกว่าปกติ 

                * มีด กรรไกรที่ใช้ตกแต่งจะต้องมีความคมมากเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันมิให้ดอกไม้บอบช้ำจากการตัด

                * การจัดดอกไม้ต้องประกอบไปด้วย ดอกไม้ และใบไม้เสมอ

                * การจัดดอกไม้ มีหลักให้เลือกอยู่ 2 แบบคือ จัดดอกไม้จากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน หรือ      ศูนย์กลางของแจกัน และเลือกจัดการวางดอกไม้ที่เด่นที่สุดไปสู่การตกแต่งส่วนประกอบ      ที่เหลือ

                * การจัดดอกไม้จากจุดเด่นของแจกันถ้าอยู่สูงเกินไปจะทำให้เห็นก้านของดอกไม้ เมื่อปักดอกไม้เสร็จแล้วจะไม่ค่อยสวย

                * เริ่มจัดดอกไม้ที่เด่นที่สุดก่อน โดยปักตรงจุดที่เด่น และเป็นที่สนใจมากที่สุด จากนั้นจึงค่อยจัดให้ลดหลั่นกันไปตามความโดดเด่น และองค์ประกอบอื่นๆ

การจัดดอกไม้
                โดยเฉพาะในปัจจุบันนั้นไม่มีหลักการตายตัวเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไป ที่สำคัญไม่ได้เน้นที่ความหรูหราอลังการ หรือมองเพียงแต่ดอกไม้มีราคาแพงอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นการตอบโจทย์ให้ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง และไม่เหมือนใคร 

                “เทรนด์การจัดดอกไม้จึงแปรเปลี่ยนไปตามรสนิยมความคิดของผู้คนที่เปลี่ยนไป เจ้าของร้านนอกจากจะมีความรู้ในเรื่องการจัดดอกไม้ทั่วๆ ไปแล้วยังต้องรู้จักวิ่งตามเทรนด์และนำไอเดียมาประยุกต์ใช้กับการจัดดอกไม้สไตล์ใหม่ๆ

ประวัติความเป็นมาของการจัดดอกไม้

          ประวัติความเป็นมาของการจัดดอกไม้  

             เพื่อเป็นแนวทางการศึกษาค้นคว้าหาข้ออ้างอิง เพื่อใช้ประกอบเป็นหลักฐานทางด้านประวัติผู้ประดิษฐ์คิดนำดอกไม้สด มาใช้ในพิธีเป็นครั้งแรกหรือบุคคลแรก เพื่อไว้เป็นหลักฐานเรื่องราวให้ชนรุ่นหลัง ได้ทราบประวัติความเป็นมารวมทั้งข้อสันนิษฐานว่าบรรพบุรุษได้นำดอกไม้ ที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมาใช้อย่างเป็นพิธีการ เช่น นำมาจัดบูชาพระรัตนตรัย นำมาจัดประดับตกแต่งสถานที่ในงานทั่วไปและในพิธีสำคัญ เพื่อให้มีความสดชื่นสวยงาม หรูหราและตื่นตา และเป็นบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันหลากหลายของดอกไม้ และได้สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้

จากหลักฐานอ้างอิงได้กล่าวมา น่าจะเป็นหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่า นางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์ เป็นสตรีไทยท่านแรกที่เป็นผู้ริเริ่มนำเอาดอกไม้สดมาใช้ในพิธีการตั้งแต่กรุงสุโขทัยเป็นครั้งแรก และได้สืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้

                  ข้อความในประวัติการร้อยลัย  ได้เขียนไว้ในหนังสือตอนหนึ่งว่า “บรรพบุรุษของไทยเรามีชื่อสียงในงานด้านศิลป์อย่างมากมาย โดยเฉพาะการนำดอกไม้สดมาประดิษฐ์เป็นพวงดอกไม้และนำมาประดิษฐ์ตกแต่งโคมลอย ได้สวยงามของนางนพมาศแล้ว” ยังมีหลักฐานได้กล่าวไว้ตอนหนึ่งว่า “ในเดือนเมษายน มีพระราชพิธีสนามใหญ่ บรรดาเจ้าเมือง เศรษฐี คหบดี เข้าเฝ้าบังคมพระร่วงเจ้า เพื่อถวายเป็นเครื่องบรรณาการ พระสนมกำนัลต่างๆ ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ต่างๆ และในครั้งนั้นนางนพมาศก็ร้อยดอกไม้สีเหลืองเป็นรูปพานทองสองชั้นเป็นระย้าสองชั้น งดงามใส่ลงในพานขันหมากเมี่ยงแล้วร้อยดอกไม้เป็นตาข่ายคลุมขันอีกชั้นหนึ่ง ดูเป็นที่เจริญตาและถูกฤดูกาลเทศะอีก สมเด็จพระร่วงเจ้าทรงบัญญัติว่า ถ้าชาวไทยทำการรับสนามใหญ่ มีอาวาหมงคลหรือลิลาหมงคล เป็นต้น ในการกรองดอกไม้เป็นรูปพานขันหมาก ดังนี้เรียกว่า พานขันหมาก”

          สมัยรัตนโกสินทร์เริ่มต้นรัชกาลสืบมา งานฝีมือด้านประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นที่ยอมรับในฝีมือและมีชื่อเสียงมาก เป็นที่นิยมประดิษฐ์ จัดดอกไม้สดในงานต่างๆ ทั่วไป โดยเฉพาะในพระราชพิธีต่างๆ ในสมัยรัชกาลที่ 5ทรงมีพระราชนิยมการทำดอกไม้มากมาย จัดดอกไม้มากมาย จัดถวายให้ทรงใช้ในงานนั้นๆ เสมอ พระมเหสีเทวีทุกตำหนัก ใฝ่พระทัยในการจัดดอกไม้ไปตามๆกัน แต่ละพระองค์ต่างก็มีชื่อเสียงในด้านต่างๆ ตามๆกัน สมเด็จพระศรีพัชรินทรา พระบรมราชินีนาถ (พระพันปีหลวง) ครั้งดำรงพระอิสริยยศเป็นพระบรมราชินีนาถ ได้โปรดเกล้าฯให้ฝึกอบรมข้าหลวงและครูโรงเรียนราชินีให้รู้จักทำดอกไม้แห้งแทนดอกไม้สดด้วย ทรงส่งเสริมฟื้นฟูการทำดอกไม้เป็นอันมาก พระองค์เองก็ใช้เวลาว่างประดิษฐ์ดัดแปลงการทำดอกไม้แบบเก่าๆ ให้แปลกพิสดารไปอีกมีพระนามเลื่องลือในการร้อยมาลัยมะลิเป็นมาลัยสีขาวกลม ซึ่งเป็นมาลัยธรรมดาไม่มีลวดลายและต่อมาได้พลิกแพลงมาเป็นมาลัยสลับสีเป็นมาลัยเกลียว ซึ่งมีความสวยงามและเป็นลวดลายสีสันขึ้น

             หนังสือชุดมรดกไทย “สัญลักษณ์วันแม่ ชื่อมะลิ” (มณีรัตน์ จันทนะผะลิน, 2526)ได้เขียนประวัติและที่มาได้นำมาเป็นข้ออ้างอิงโดยได้กล่าวถึงประวัติเริ่มต้นของคนไทย ที่รู้จักการนำดอกไม้มาร้อยเป็นพวงมาลัยไว้ตอนหนึ่งในหนังสือ พระราชพิธีสิบสองเดือน ดังนี้ “แต่โบราณสมัยก่อนกรุงสุโขทัย บรรพบุรุษของไทยได้คิดประดิษฐ์ ใบไม้ เป็นแบบต่างๆ มากมายแต่ไม่ผู้ใดจดบันทึกไว้ในอนุชนรุ่นหลังได้ค้นคว้า จนถึงสมัยสมเด็จพระร่วงเจ้ามีนางนพมาศซึ่งเป็นพระสนมเอกในสมัยนั้น ได้จดบันทึกเรื่องราวของตนเองไว้ นางเองเป็นหญิงนักปราชญ์ มีความรอบรู้ในพิธีการต่างๆ งานประดิษฐ์ งานฝีมือและอื่นๆ ตลอดจนมีความรู้ทางหนังสือ ด้วยความปรีชาสามารถของนางนพมาศ เราจึงได้มีโอกาสทราบว่า การจัดดอกไม้ของไทยมีจุดเริ่มต้นแต่สมัยนั้นเป็นต้นมา”

_____________________________________________________________________________________________